Review image
Review image

รถไฟขบวนนี้ที่นั่งฝั่งตรงข้ามเป็นหนุ่มอเมริกันมาเที่ยวคนเดียวค่ะ มองหน้ากันไปๆ มาๆ สุดท้ายก็ส่งภาษาคุยกันจนได้ และกลายเป็นเพื่อนร่วมทริปเที่ยวยุงเฟราในวันนั้นของพวกเราไปเลย (เรียกว่าประโยชน์ต่างตอบแทนค่ะ เพราะได้ผลัดกันถ่ายรูป) นี่เป็นข้อดีหนึ่งของการเที่ยวเองค่ะ เราจะได้เจอคนหลากหลายประเทศ หากเป็นคนที่ชอบผูกมิตรกับเพื่อนใหม่ รับรองว่าจะได้เพื่อนเพียบจริงๆ

พอรถไฟขึ้นไปถึงสถานีสูงสุดของยุโรป เราก็มองออกไปนอกหน้าต่างเป็นอย่างแรกค่ะ โขคดีมากที่ฟ้าเปิดพอดี ฟ้าสีฟ้าใสสุดๆ ตัดกับหิมะที่ขาวโพลน สวยบอกไม่ถูกจริงๆ ค่ะ

ระหว่างทุกคนเข้าห้องน้ำห้องท่าเตรียมลุย เราวิ่งซื้อโปสการ์ดกับแสตมป์ก่อนเป็นอย่างแรกค่ะ จะได้ส่งจากตู้ไปรษณีย์ Top of Europe เก็บไว้เป็นที่ระลึกซะหน่อย

จุดแรกที่เราเดินกันไปเป็นจุดที่ออกไปสัมผัสอากาศหนาวระลอกแรกกันได้ค่ะ เป็นระเบียงยื่นออกไป แค่จุดนี้ก็ถ่ายรูปกันจนฉ่ำแล้ว แม้จะหนาวมาก แต่ด้วยความสวยทำให้ยอมอดทนกันค่ะ พอหนำใจแล้วเดินเข้ามา ถึงค่อยมาเห็นป้ายอุณหภูมิที่เค้าขึ้นไว้ ว่าวันนี้ -12.7 องศา… O_O อดทนอยู่กันได้นานมากจริงๆ

ถัดมาเป็นทางเดินยาวเกี่ยวกับประวัติของการสร้างทางรถไฟขึ้นมาที่นี่ และต่อด้วย Ice Palace ค่ะ เป็นทางเดินน้ำแข็ง มีน้ำแข็งแกะสลักรูปต่างๆ สุดท้ายที่ทำให้ฟินที่สุดคือ Plateau ค่ะ เป็นจุดที่เปิดออกกว้างออกไปให้ถ่ายรูปได้ มองเห็นธารน้ำแข็งยาวสุดสายตาเลยค่ะ

Review image
Review image
Review image
Review image

แล้วก็มีจุดที่มีธงสวิตฯ สีแดงตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ ตรงนี้เดินลุยหิมะกันจนเจ็บเท้าไปหมดแต่ก็ชักภาพกันไม่ยอมไปไหน

จนเกือบจะได้เวลารถไฟที่เราหมายตาไว้ว่าจะกลับรอบนี้ ก็เลยยอมกลับกันเข้ามา ก่อนจะเร่งรีบไปแสตมป์พาสปอร์ต และเขียนโปสการ์ดแบบด่วนที่สุด หย่อนลงตู้สีแดงด้านหน้าก่อนประตูทางออก วิ่งขึ้นรถไฟกันเฉียดฉิวเวลาพอดีค่ะ (ที่บอกว่าวิ่ง เอาจริงๆ ก็แค่เดินอย่างเร็วนะคะ บนนี้อากาศน้อยค่ะ ไกด์บุ๊คไม่แนะนำให้วิ่งจริงๆ ไม่