Review image

Lausanne


เมืองนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวาซึ่งคนไทยคุ้นชื่อและรู้จักเป็นอย่างดี เมืองที่ในหลวงทรงศึกษาและเจริญพระชนม์ที่นี่ จึงไม่แปลกที่มีการสร้างศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ ในสวนสาธารณะ Parc du Denantou เนื่องในวโรกาสที่ในหลวงครอบราชครบ 60 ปี และเพื่อฉลองความสัมพันธ์ทางการฑูตระหว่างไทยกับสวิสครบ 75 ปีด้วย

มา Lausanne ก็ต้องไปเยือนพิพิธภัณฑ์โอลิมปิคตั้งอยู่บนเนินริมทะเลสาบเจนีวา ภายในจัดเป็นห้องแสดงนิทรรศการต่างๆ เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์กีฬาโอลิมปิคตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งเหรียญรางวัล มาสคอต ชุดกีฬาที่ใช้แข่งจริง และภาพเหตุการณ์สำคัญต่างๆ มากมาย น่าสนใจมาก

พิพิธภัณฑ์โอลิมปิค เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 9.00-18.00 น. swiss pass เข้าฟรีจ้า
Review image

Montreux


นั่งรถไปจาก Lausanne ไม่นานก็ถึง เมืองที่มีรีสอร์ตที่ใหญ่ที่สุดในแถบสวิสริเวียร่า มีโรงแรมและบ้านตากอากาศตั้งอยู่ริมทะเลสาบ มีทางเดินริมทะเลสาบยาวไปจนถึง Chateau de Chillon แหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง


Chateau de Chillon เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีววา สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 และเป็นที่ต้องการของขุนนางและกษัตริย์สมัยนั้น เกิดการแย่งชิงกันบ่อยครั้ง แต่ท้ายสุดตระกูลซาวอยกลับเป็นผู้ได้ครอบครองปราสาทหลังดังกล่าว ปราสาทนี้ต่างจากปราสาทอื่นๆ ตรงที่อยู่ริมทะเลสาบ แต่ก็สามารถป้องกันการรุกรานของศัตรูที่มาทางเรือได้อย่างดี

Lord Byron ได้นำเรื่องราวของนักบวชผู้หนึ่งนามว่า Francois de Bonivard ซึ่งถูกตระกูลซาวอยจับขังไว้ มาแต่งเป็นบทกวีเรื่อง "นักโทษแห่งชีลง" จนโด่งดัง ภายในปราสาทแบ่งเป็นห้องต่างๆ ทั้งห้องบ่มไวน์ ห้องอาหาร ห้องครัว ห้องนอน รวมทั้งห้องขังที่ใช้ขัง Bonivard ซึ่งที่นี่เองมีรอยแกะสลักชื่อของเค้าไว้ นอกจากนี้ยังมีหอคอยสูงชมวิวทะเลสาบในมุมสูงได้อีกด้วย

หากใครได้ดูสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอนคุณชายปวรรุจน์ จะจำสถานที่นี้ได้ เพราะเป็นที่ที่คุณชายพาหญิงแต้วมาเที่ยวเมื่องครั้งมาสวิส แต่เสียดายทริปนี้ไม่มีไกด์อย่างคุณชาย T_T เดินชมด้วยตัวเองก็รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบาง เดาๆ กันไป

การเดินทางมาเยือนปราสาทสามารถเดินทางไปได้ทั้งทางเรือลงท่า Chateau de Chillon หรือรถไฟท้องถิ่นลงสถานี Veytaux-Chillon หรือรถเมลล์ เราเลือกเดินทางด้วยรถเมลล์สาย 201 ใช้ Swiss pass ใบเดียวฟรีตลอดเส้นทางยันเข้าชมปราสาท